ยินดีต้อนรับ welcome To blog

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การหล่อหลอมเด็กยุคใหม่ที่ครอบครัวต้องปรับ รร.ต้องเปลี่ยน ศตวรรษที่21






การหล่อหลอมเด็กยุคใหม่ ที่ครอบครัวต้อง ปรับร.ร.ต้องเปลี่ยนในศตวรรษที่ 21



ในระยะหลังนักการศึกษาทั่วโลกได้พูดถึงการเลี้ยงดูลูกในศตวรรษที่ 21 ที่พ่อแม่ต้องปรับตัว ในบางประเทศมีโรงเรียนสอนพ่อแม่ มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยแก้ปัญหาและให้คำแนะนำความเป็นไปของครอบครัว เนื่องจากการเลี้ยงดูเด็กในโลกยุคใหม่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่งเรื่องนี้อาจยังใหม่สำหรับคนไทย เพราะหากย้อนกลับไปดูระบบการศึกษาไทยที่เป็นแหล่งหล่อหลอมคนร่วมกับครอบครัว ดูเหมือนว่าจะสวนทางกับทิศทางของโลก  สิ่ง ที่ต้องเปลี่ยนคือการปรับกระบวนการเรียนการสอนรวมถึงการเลี้ยงดูเพื่อให้ เด็กพร้อมสำหรับโลกที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและความเปลี่ยนแปลงทั้ง เศรษฐกิจ สังคมที่รายล้อมไปด้วยสิ่งใหม่และความเจริญของเทคโนโลยี อันจะส่งผลกระทบถึงตัวมนุษย์อย่างรวดเร็ว
ปรับโหมดการสอนรู้สู่ ศต.ที่ 21
ใน การสัมมนาหัวข้อการพัฒนาผู้นำในเด็ก จัดโดย หน่วยพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็ก Newgen บริษัทที่ปรึกษา เอพีเอ็ม กรุ๊ป "เมก้า ศรีเสธิ" ผู้เชี่ยวชาญด้าน Parent Coach กล่าวถึงการเป็นพ่อแม่ของเด็กในศตวรรษที่ 21 ว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเด็กเติบโตขึ้นท่ามกลางเทคโนโลยี จึงเป็นความท้าทายของพ่อแม่ในยุคนี้ที่จะสร้างศักยภาพให้ตนเอง เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ
"พ่อแม่ยุคนี้จะต้องรู้จุดอ่อน จุดแข็งของตนเอง และมีทัศนคติที่ชัดเจนต่อทิศทางในการเลี้ยงดูลูก ซึ่งการโค้ชพ่อแม่จะช่วยผลักดันและค้นหาวิธีที่สร้างสรรค์และเหมาะสมสำหรับ ครอบครัวที่นำไปสู่การปฏิบัติที่ดี และปัญหาอีกด้านคือวัฒนธรรมของคนไทยที่ผู้ใหญ่จะเป็นผู้สอนเด็กทุกอย่างและ ควบคุมพฤติกรรมมากเกินไปทำให้ความเป็นผู้นำถูกจำกัดไว้ ขั้นแรกต้องเปลี่ยนแปลงความคิดก่อนว่าเด็กทุกคนสามารถสอนได้"
"ความท้าทายที่ว่าคือ ความพร้อมเรื่องภาษา ครอบครัวไทยต้องฝึกภาษาให้ลูกและตัวเองด้วย ต่อมาคือการเรียนของลูกที่เปลี่ยนไป ทั้งเวลาการเปิด-ปิดภาคเรียน หลักสูตรและเนื้อหาการเรียน สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เปิดกว้างขึ้น เรื่องที่สามคือการสอนให้เด็กมีใจเปิดกว้างและเป็นมิตร เคารพในความหลากหลายและพร้อมจะเป็นครอบครัวเดียวกัน"
"เรื่องต่อมา คือ เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอาจกระทบชีวิตครอบครัวทำให้มีเวลาอยู่ร่วมกันน้อยลง ทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ยังอยู่คงเดิม และเรื่องสุดท้ายโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งอาจเป็นโรคใหม่ ๆ ที่คนไทยไม่เคยเป็นหรือไม่เคยเจออาการอย่างนี้มาก่อน ทั้งหมดล้วนมีคำตอบเดียวกันคือ ครอบครัวต้องพร้อมจะเรียนรู้เพื่อก้าวสู่สังคมที่กำลังจะเปลี่ยนไป"
แนะ ร.ร.สอนเน้นการอยู่ร่วมกัน    การ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันถือเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษายุคปัจจุบัน เพราะสังคมแห่งการเรียนรู้ในยุคสมัยนี้ ผู้เรียนต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่บนพื้นฐานของความเปลี่ยนแปลง และเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นในสังคมให้มีความสุข
"เสาหลักการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน ประกอบด้วย 3 หัวใจสำคัญที่สามารถฝึกให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดได้ คือ 1.เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง 2.เรียนรู้ที่จะอยู่กับผู้อื่น และ 3.เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ ทั้งหมดจะเป็นหัวใจสำคัญที่การศึกษาไทยยุคปัจจุบันควรนำมาประยุกต์ใช้ในการ เรียนการสอน ที่ปัจจุบันสอนเน้นเฉพาะภาคทฤษฎีในหนังสือ แต่ยังไม่เน้นภาคปฏิบัติและสอนทักษะการใช้ชีวิตเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยน แปลงของโลกเท่าที่ควร"  การเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนทั้งหมดจะเห็นเป็น จริงได้ อาจต้องอาศัยระยะเวลาในการขับเคลื่อน แต่หัวใจสำคัญของความสำเร็จคือการมองเห็นปัญหาและจับมือทำงานร่วมกัน โดยเริ่มได้ตั้งแต่ในครอบครัว ชุมชน สถาบันการศึกษา ไปจนถึงผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายในภาพกว้างรวมถึงสังคม

ที่มา..ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น